หลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการออกแบบ

Last Update : September 08, 2015

ชื่อหลักสูตร

ภาษาไทย : หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการออกแบบ
ภาษาอังกฤษ : Bachelor of Sciences Program in Information Technology for Design.

ชื่อปริญญา

ชื่อเต็ม : วิทยาศาสตรบัณฑิต (เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการออกแบบ)
Bachelor of Sciences (Information Technology for Design)
ชื่อย่อ : วท.บ. (เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการออกแบบ) : B.S. (Information Technology for Design)


วิชาเอกหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการออกแบบ มี 3 เอก


1. หลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการออกแบบแอนิเมชัน

      วิชาเอกแอนิเมชัน เน้นการศึกษากระบวนการสร้างงานภาพเคลื่อนไหว ทั้ง 2 มิติ และ 3 มิติ โดยเน้นให้นักศึกษาสามารถปฏิบัติได้จริงในทุกๆขั้นตอนตั้งแต่การสร้างไอเดียนำมาเขียนพล็อตเรื่องไปจนถึงขั้นผลิตผลงานที่มีคุณภาพ
นอกจากนี้นักศึกษายังจะต้องศึกษาและเรียนรู้ขั้นตอนของการทำงานออกแบบด้านต่างๆ เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์กับงานด้านอื่นๆ ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ที่สุดแล้วนักศึกษาจะได้ลงมือปฏิบัติงานจริงในด้านที่ตนเองถนัด เพื่อให้เกิดความชำนาญ

ชั้นปีที่ 1

เริ่มต้นศึกษากระบวนการเรียนรู้ทฤษฎีด้านการออกแบบ ทั้งในเชิงทฤษฏีและปฏิบัติในวิชาพื้นฐานต่างๆเช่น Computer Graphic and Design ที่ผนวกทักษะด้าน Basic Design และ ComputerDesign

ชั้นปีที่ 2

เน้นวิชาที่เกี่ยวกับการสร้างงานในรูปแบบ 3 มิติ เพื่อความเข้าใจภาพรวมของลำดับขั้นตอนในการสร้างงานแอนิเมชั่น

ชั้นปีที่ 3

เน้นวิชาที่สามารถนำไปช่วยเสริมให้การสร้างงานแอนิเมชันมีความสมบูรณ์แบบ และช่วยให้ผู้เรียนได้พบแนวทางถนัดของตนเองเพื่อเตรียมความพร้อมในการทำจุลนิพนธ์

ชั้นปีที่ 4

นักศึกษาจะได้ทำโครงการจุลนิพนธ์โดยเลือกแนวที่ตนเองถนัด และมีอาจารย์และกรรมการซึ่งเป็นบุคลากรในวงการแอนิเมชันที่มีชื่อเสียงและประสบการณ์เป็นผู้ให้คำปรึกษา สร้างสรรค์ และผลิตงานเสร็จสิ้นเป็นแอนิเมชันที่สมบูรณ์


2. หลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการออกแบบเว็บและสื่อโต้ตอบ

     วิชาเอกเว็บและสื่อโต้ตอบ มุ่งผลิตผู้มีความเชี่ยวชาญทักษะอาชีพเพื่อตอบโจทย์ที่ต้องการของประเทศในยุคแห่งความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการใช้สื่อออนไลน์ เน้นการฝึกพัฒนาทักษะ สร้างสมประสบการณ์รอบด้านเพื่อการต่อยอดผลงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ฝึกทักษะทั้งในด้านทักษะการออกแบบให้มีความสวยงาม และด้านโปรแกรมมิง ที่ถูกฝึกฝนอย่างหนักหน่วงควบคู่กัน ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ การทำงาน ติดอาวุธที่หลากหลาก และสามารถประยุกต์ในการผลิตงานที่เป็นที่ต้องการของตลาดได้อย่างหลากหลายรอบด้าน

ชั้นปีที่ 1

ศึกษากลุ่มวิชาศึกษาทั่วไปและกลุ่มวิชาแกน เรียนรู้ทฤษฎี ด้านการออกแบบพื้นฐาน (Basic Design) ทั้งในเชิงทฤษฏีและฝึกอย่างหนักในภาคปฏิบัติ รวมถึงศึกษาด้านความรู้เกี่ยวกับโปรแกรม อาทิ Object Oriented Programing, C++ ควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้เรียนรู้พื้นฐานทั้ง 2 ด้าน คือ ด้านการออกแบบ และด้านโปรแกรมมิง

ชั้นปีที่ 2

ศึกษาด้านการออกแบบเฉพาะทางด้านเว็บไซต์ และสื่อโต้ตอบมากยิ่งขึ้น อาทิ การออกแบบส่วนโต้ตอบกับผู้ใช้งาน การออกแบบเว็บไซต์ให้ใช้งานสะดวก โดนใจผู้เข้าชม ออกแบบแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน รวมถึงอุปกรณ์สื่อสารต่าง เรียนรู้และผลิตงานด้านสื่อโต้ตอบ ด้วยเทคนิคที่หลากหลาย อาทิ การฉายภาพลงบนวัสดุที่หลายหลาย (Projection Mapping) ที่โต้ตอบกับผู้ใช้ด้วยกล้อง Webcam, กล้อง Kinect ด้วย Action Script และ After Effect เป็นต้น และศึกษาด้านโปรแกรมมิงที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเว็บไซต์ และสื่อโต้ตอบมากยิ่ง เช่น HTML, Java, Javascript, Jquery และ Script อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเน้นฝึกเพื่อกระตุ้นการพัฒนาผลงาน เน้นผู้เรียนให้ศึกษาตรงสายงานที่กำลังเป็นที่ต้องการในปัจจุบัน

ชั้นปีที่ 3

ศึกษาวิชาที่ส่งเสริมและพัฒนาทักษะกระบวนการคิด และความคิดสร้างสรรค์ ในการคิดเพื่อผลิตผลงานให้ตรงตามโจทย์ที่ลูกค้าต้องการ ศึกษาการพัฒนาโปรแกรมบนเว็บไซต์ขั้นสูง (Advance web programming) ออกแบบและพัฒนาฐานข้อมูลระบบงานต่างๆ (Database) และผลิตงานที่ใช้อ้างอิงการใช้งานจริงอย่างมีประสิทธิภาพ เน้นกระบวนการทำงานแบบมืออาชีพ มีการสร้างสมประสบการณ์มากขึ้นจากบริษัทผู้ผลิตงานจริง ในช่วงฝึกภาคฤดูร้อน

ชั้นปีที่ 4

นักศึกษาจัดทำโครงงานจุลนิพนธ์รายบุคคล โดยเลือกหัวข้อจากความถนัด ซึ่งสอดคล้องจากความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีเว็บไซต์ สื่อโต้ตอบ และแอปพลิเคชัน ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีความแปลกใหม่ ด้วยเทคนิคที่หลากหลายและไม่หยุดนิ่ง โดยการควบคุมดูแลของคณะอาจารย์และกรรมการจากภายนอก ที่มีประสบการณ์โดยตรง มีความเชี่ยวชาญ มีชื่อเสียงระดับแนวหน้าในวงการเว็บไซต์ สื่อโต้ตอบ และแอปพลิเคชัน ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ตรงจากบุคคลที่ทำงานจริงทำให้พร้อมทำงานได้ทันทีเมื่อจบการศึกษา


3. หลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการออกแบบเกม

     วิชาเอกเกม มุ่งเน้นการศึกษากระบวนการสร้างสรรค์งานเกม ให้รู้จักทักษะอาชีพในการผลิตเกมทั้งด้านการออกแบบและการพัฒนาโปรแกรมเกม โดยเน้นให้นักศึกษาสามารถปฏิบัติได้จริงในทุกๆขั้นตอน การสร้างเกมเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค สามารถวิเคราะห์ถึงข้อดีข้อเสียของเกมที่มีในตลาด แล้วนำกลับมาพัฒนาให้เกิดชิ้นงานที่เกิดการสร้างสรรค์ และมีความน่าสนใจ

ชั้นปีที่ 1

เริ่มต้นศึกษากระบวนการเรียนรู้ทฤษฎีพื้นฐานดานการพัฒนาโปรแกรมเบื้องต้น การเข้าใจในเรื่องโครงสร้างข้อมูลและขั้นตอนวิธีในการประมวลผลโปรแกรม อีกทั้งยังมีทฤษฎีด้านการออกแบบ ทั้งในเชิงทฤษฏีและ ปฏิบัติในวิชาพื้นฐานต่างๆ เช่น Computer Graphic and Design ที่ผนวก ทักษะด้าน Basic Design และ Computer Design เข้าไว้ด้วยกัน โดยภาพรวมแล้วถือว่ายังเรียนเหมือนกับเอกอื่นๆในสาขาออกแบบ

ชั้นปีที่ 2

มีเรียนวิชาด้านซอฟแวร์ที่เจาะจงมากยิ่งขึ้น ซึ่งเอกเกมจะเรียนการพัฒนาโปรแกรมเกมด้วยโปรแกรม Unity และเริ่มประยุกต์พื้นฐานการเขียนโปรแกรมให้เข้าใจในทฤษฎีการโปรแกรมเชิงวัตถุ หรือ Object Oriented Programming ในการนำมาใช้พัฒนาโปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์ รวมถึงการได้ออกแบบ Board Game เพื่อให้เข้าใจหลักแนวคิดในการออกแบบเกมที่ไม่ได้มีเพียงแต่ในคอมพิวเตอร์เท่านั้น อีกทั้งยังมีเรื่องของการเตรียมการผลิตและเรียนรู้เทคนิค Digital Painting อีกด้วย

ชั้นปีที่ 3

จะเน้นการเรียนในระดับที่เข้มข้นขึ้นมาก ทั้งด้านออกแบบจะเรียน Maya for game เรียน Character Design for games ส่วนด้าน Programming จะเรียนเขียนเกมด้วย OpenGL และยังลงไปในเรื่องของ Shader Programming ในการใส่ Shader ให้กับวัตถุ 3 มิติ อีกทั้งยังมีการเรียนทฤษฎีปัญญาประดิษฐ์ Artificial Intelligence เพื่อประยุกต์ใช้ให้ตัวละครในเกมทำงาได้โดยไม่มีมนุษย์เข้ามาควบคุม และทั้งหมดในปีนี้เพื่อเป็นการเตรียม ความพร้อมในการทำจุลนิพนธ์ในปีถัดไป

ชั้นปีที่ 4

นักศึกษาจะได้ทำโครงการจุลนิพนธ์ โดยสามารถเลือกทำงานเป็นกลุ่มหรือ ทำงานเดี่ยวก็ได้ สามารถแสดงศักยภาพตามแนวทางที่ตนเองถนัดหรือมีความ สนใจ โดยมีอาจารย์และกรรมการซึ่งเป็นบุคลากรในวงการเกมที่มีชื่อเสียง และประสบการณ์ ในวงการเกมมีชื่อเสียงระดับแนวหน้า เป็นผู้คอยให้คำปรึกษา ให้ได้ผลงานที่มีความแปลกใหม่ มีคุณภาพ และตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด